ในธุรกิจร้านอาหาร บุฟเฟ่ต์ ชาบู หรือปิ้งย่าง หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการเลือกส่วนเนื้อให้เหมาะสมทั้งในแง่คุณภาพและต้นทุน ซึ่งสำหรับการสั่งซื้อแบบ “เนื้อวัวขายส่ง” เจ้าของร้านควรมีความเข้าใจชัดเจนว่าแต่ละส่วนของเนื้อวัว เช่น สันใน (Tenderloin) ริบอาย (Rib Eye) บริสเก็ต (Brisket) รวมถึงชิ้นยอดนิยมอื่น ๆ มีราคาต่างกันอย่างไร ทำไมต่างกัน และสามารถเลือกใช้ให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร

ความหมายของแต่ละส่วนเนื้อ
-
สันใน (Tenderloin) : เป็นชิ้นที่อยู่ใต้กระดูกสันหลัง จัดว่าเป็นเนื้อที่นุ่มที่สุด มักถูกใช้เป็นสเต็กหรือชาบูพรีเมียม
-
ริบอาย (Rib Eye) : มาจากซี่โครงอยู่กลางตัว มีไขมันแทรก (marbling) มาก จึงให้สัมผัสนุ่มและรสชาติเข้มข้น เหมาะกับการย่างและปิ้งย่าง
-
บริสเก็ต (Brisket) : ชิ้นส่วนที่อยู่ด้านหน้าใต้หน้าอก เป็นส่วนที่เนื้อมัดเยอะ เหมาะกับการตุ๋น ย่างหนัก หรือทำบุฟเฟ่ต์และปิ้งย่าง
-
ชิ้นยอดนิยมอื่น ๆ เช่น สันนอก (Striploin), เสือร้องไห้ (Picanha) หรือชิ้นสำหรับสไลด์ชาบู ซึ่งขึ้นอยู่กับตลาดและความต้องการของร้าน
อัปเดตราคาแต่ละส่วนในตลาดไทย
จากข้อมูลออนไลน์ล่าสุด พบช่วงราคาของชิ้นเนื้อรายส่วน ดังนี้:
-
รายการจากสโตร์ออนไลน์ พบว่า ริบอาย (Rib Eye) อยู่ที่ประมาณ ฿1,265/กิโลกรัม และสันสติปลอยน์ (Striploin) ที่ ~ ฿1,190/กก.
-
ข้อมูลตลาดเนื้อวัวไทยโดย Meat & Livestock Australia ระบุว่า ชิ้นพรีเมียม เช่น rib eye และ strip loin ได้รับความนิยมสูง และมีผลต่อภาพรวม “เนื้อวัวขายส่ง” เนื่องจากผู้บริโภคพร้อมจ่ายมากขึ้น
-
สำหรับชิ้นที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น บริสเก็ต หรือชิ้นเนื้อพร้อมสไลด์สำหรับบุฟเฟ่ต์ ราคาที่ร้านค้าหรือสโตร์ออนไลน์เห็นได้ทั่วไป เช่น ~ ฿850–฿900/กก. สำหรับ short rib หรือชิ้นรอง
จากข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า:
-
ชิ้นที่มีคุณภาพสูง เช่น สันใน หรือ ริบอาย ราคาขายส่งสูงและเป็นตัวเลือกของร้านอาหารระดับพรีเมียม
-
ชิ้นที่ราคาปานกลาง เช่น บริสเก็ต หรือชิ้นสำหรับบุฟเฟ่ต์ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการใช้ในตลาด “เนื้อวัวขายส่ง” ที่เน้นปริมาณ

ทำไมราคาถึงแตกต่างกันมาก
-
คุณภาพของเนื้อ – ชิ้นที่มีไขมันแทรกมาก (marbling) หรือจากสายพันธุ์ที่เลี้ยงแบบพิเศษ ราคาจะสูงกว่า
-
ความยากของการตัดแบ่งและจัดเก็บ – เนื้อส่วนพรีเมียมมักต้องการการจัดเก็บและแปรรูปมากกว่า ซึ่งเพิ่มต้นทุน
-
ความนิยมของร้านอาหาร – ร้านบุฟเฟ่ต์หรือชาบูที่ต้องการเนื้อพรีเมียมมักเลือกชิ้นที่ต้นทุนสูงขึ้นแต่สามารถตั้งราคาขายได้มากขึ้น
-
ปริมาณสั่งซื้อแบบ “เนื้อวัวขายส่ง” – เมื่อสั่งเป็นปริมาณมาก ราคาต่อ กก. สามารถลดลงได้ แต่ชิ้นคุณภาพสูงอาจลดได้น้อยกว่า
คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่ซื้อ “เนื้อวัวขายส่ง”
-
ตรวจสอบ ราคา ต่อ กก. ของแต่ละส่วนเนื้อและเปรียบเทียบกับคุณภาพ – เลือกชิ้นที่เหมาะกับเมนูของคุณ
-
ถ้าธุรกิจคุณเน้นบุฟเฟ่ต์ปริมาณมาก เลือกชิ้นที่ต้นทุนกลาง–ต่ำ เช่น บริสเก็ต หรือ ชิ้นสำหรับสไลด์ เพื่อควบคุมต้นทุนได้
-
ถ้าร้านเน้นพรีเมียม เน้นประสบการณ์ลูกค้า – เลือก ริบอาย หรือ สันใน ที่มีไขมันแทรกสูง ซึ่งลูกค้าพร้อมจ่าย
-
เลือกซัพพลายเออร์ที่มีบริการตัดแบ่ง/แช่เย็น/แช่แข็ง และจัดส่งเร็ว – เพราะคุณภาพถึงร้านส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ของคุณ
สรุป
การเลือกชิ้นเนื้อจากราคาที่หลากหลายในตลาด “เนื้อวัวขายส่ง” ต้องอาศัยความรู้ทั้งเรื่องส่วนของเนื้อ คุณภาพ และต้นทุน – ขณะที่ตลาดในไทยตอนนี้มีช่วงราคาที่กว้างมากจากชิ้นราคาประหยัดถึงพรีเมียม เจ้าของร้านที่เข้าใจและเลือกสรรได้อย่างมีแบบแผนจะได้เปรียบในตลาด
หากคุณกำลังมองหาแหล่งจัดจำหน่าย “เนื้อวัวขายส่ง” และ เนื้อโคขุนคุณภาพสูง พร้อมส่งทั่วประเทศ ติดต่อ:
🟩 LINE: https://lin.ee/gfwycP0
📞 โทร: 086-393-3163, 097-149-1491
เลือกชิ้นเนื้อให้เหมาะกับร้านของคุณ แล้วเสิร์ฟความคุ้มค่าและคุณภาพให้ลูกค้าประทับใจ!

- เนื้อวัวไทย vs เนื้อนำเข้า: คุณภาพ รสชาติ และราคาที่ควรรู้
- เปรียบเทียบราคาเนื้อวัวไทยกับเนื้อนำเข้า: ต่างกันตรงไหนและคุ้มค่ากว่ากันอย่างไร
- ราคา “เนื้อโคขุน” ไทยวันนี้ — ทำไมถึงเป็นที่นิยมในร้านชาบูและปิ้งย่าง
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา “เนื้อวัวขายส่ง” ในประเทศไทย ที่เจ้าของร้านควรรู้
- วิวัฒนาการของสายพันธุ์วัวเลี้ยงเนื้อ: จากธรรมชาติสู่การเพาะพันธุ์เพื่อความอร่อยขั้นสุด