Skip to content
Home » บทความ » 6 เคล็ดลับเลือก เนื้อโคขุนขายส่ง ที่ทำให้ธุรกิจอาหารกล่องของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่ง

6 เคล็ดลับเลือก เนื้อโคขุนขายส่ง ที่ทำให้ธุรกิจอาหารกล่องของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่ง

ลองนึกถึงสถานการณ์นี้: คุณได้รับออเดอร์จัดเลี้ยงสัมมนาบริษัทขนาดใหญ่ 500 กล่อง ใช้เวลาเตรียมงานทั้งคืน ส่งตรงเวลา บรรจุภัณฑ์สวยงาม แต่พอลูกค้าเปิดกล่องออกมา เนื้อวัวในกล่องแข็ง เหนียว สีคล้ำ กลิ่นไม่หอม — ไม่มีกล่องที่สองตามมาอีกเลย

นั่นคือ “จุดแตกหัก” ของธุรกิจ Catering และ Meal Box ที่หลายเจ้าไม่ได้ล้มเพราะไม่มีลูกค้า แต่ล้มเพราะ “เลือกวัตถุดิบผิด”

ในธุรกิจ Catering อาหารกล่องเนื้อวัว สิ่งที่ทำให้ชนะระยะยาวไม่ใช่ราคาถูกที่สุด แต่คือ ความสม่ำเสมอของคุณภาพเนื้อ ในทุกกล่อง ทุกออเดอร์ ทุกงาน บทความนี้จะเจาะลึกให้คุณเห็นว่าเจ้าของธุรกิจ Catering มืออาชีพเขาเลือก เนื้อโคขุนขายส่ง อย่างไร และทำไมการเลือกถูกจึงเปลี่ยนชะตากรรมของธุรกิจอาหารกล่องได้อย่างสิ้นเชิง

สารบัญ

ทำไมธุรกิจ Catering และ Meal Box จึงต้องการเนื้อโคขุนมากกว่าธุรกิจอาหารทั่วไป?

ก่อนจะพูดถึงกลยุทธ์การเลือกซัพพลายเออร์ ต้องเข้าใจก่อนว่า Catering ต่างจากร้านอาหารทั่วไปอย่างไร และทำไมเนื้อโคขุนจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้

ความเสี่ยงที่สูงกว่าปกติของธุรกิจ Catering

บริการ Catering มืออาชีพที่ส่งอาหารกล่องตรงเวลาและมีคุณภาพสม่ำเสมอสามารถสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าองค์กรได้อย่างยาวนาน ซึ่งต้องอาศัยทั้งคุณภาพวัตถุดิบและระบบควบคุมอุณหภูมิที่เข้มงวด

ร้านอาหารทั่วไปมีลูกค้าแบบ “ทยอยเข้า” — ถ้าวันนี้เนื้อไม่ดี อาจกระทบแค่ 10-20 คน แต่ธุรกิจ Catering ออเดอร์เดียวอาจมีคน 200-1,000 คนรับประทานพร้อมกัน ถ้าวัตถุดิบมีปัญหา ผลกระทบจะทวีคูณแบบก้าวกระโดด ทั้งในแง่ชื่อเสียงและโอกาสที่สูญเสียไป

“Perceived Quality” ของเนื้อวัวในอาหารกล่องสูงกว่าที่คิด

เนื้อวัวเป็นโปรตีนที่ได้รับความนิยมสูงมากในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งในร้านบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ชาบู และร้านอาหารทั่วไป โดยมีทั้งการใช้เนื้อโคนำเข้าและเนื้อโคไทยที่พัฒนาคุณภาพมาจนใกล้เคียงกัน

เมื่อคนรับประทานอาหารกล่องและพบว่าโปรตีนในนั้นเป็น “เนื้อวัว” — ความคาดหวังจะสูงกว่าไก่หรือหมูโดยอัตโนมัติ เพราะในสายตาผู้บริโภค เนื้อวัว = ความพิเศษ = ต้องคุ้มค่า ดังนั้นถ้าเนื้อวัวในกล่องนั้นไม่ดีพอ ความผิดหวังจะรุนแรงกว่ากรณีโปรตีนชนิดอื่นมาก

โคขุนไทยระดับโลก — เรื่องที่ผู้ประกอบการ Catering ต้องรู้เพื่อสร้าง Storytelling

ก่อนจะพูดเรื่องการซื้อขาย ขอหยิบยกข้อมูลที่จะช่วยให้คุณ “เล่าเรื่อง” ให้ลูกค้าองค์กรฟังได้อย่างน่าประทับใจ

โคขุนโพนยางคำเป็นหนึ่งในสุดยอดเนื้อวัวระดับพรีเมียมของไทย ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่ผู้บริโภคทั่วไปและสถานประกอบการชั้นนำ โดยกระบวนการเลี้ยงดูเน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ใช้ฮอร์โมนหรือสารเร่งโต และเนื้อจะผ่านกระบวนการ Aging อย่างน้อย 7-14 วันก่อนนำออกจำหน่าย

และที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่านั้น โคขุนโพนยางคำได้รับเลือกให้เป็นวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์เมนูรับรองผู้นำระดับโลกในงานประชุม APEC 2022 โดยนำมาทำ “แกงมัสมั่นชาววังเนื้อน่อง” ในงานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐ

ลองคิดดูว่า ถ้าอาหารกล่องของคุณสามารถบอกลูกค้าองค์กรได้ว่า “วัตถุดิบเนื้อวัวเราเป็นชนิดเดียวกับที่เสิร์ฟในงานระดับ APEC” — นั่นคือ Storytelling ที่ทรงพลังมากและไม่ต้องใช้เงินการตลาดเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

โคขุนโพนยางคำได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) จากกระทรวงพาณิชย์ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกว่า 6,200 ครัวเรือน มูลค่ารวมปีละหลายร้อยล้านบาท

การเลือกใช้เนื้อโคขุนไทยที่มีเรื่องราว จึงไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ — แต่คือการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ Catering ของคุณไปพร้อมกัน

6 เคล็ดลับเลือก เนื้อโคขุนขายส่ง สำหรับธุรกิจ Catering โดยเฉพาะ

เคล็ดลับที่ 1 — คำนวณ “ต้นทุนวัตถุดิบจริง” ก่อนตั้งราคากล่อง ไม่ใช่หลัง

นี่คือความผิดพลาดคลาสสิกของเจ้าของ Catering มือใหม่: รับออเดอร์ก่อน แล้วค่อยคำนวณต้นทุนทีหลัง

สูตรการคำนวณต้นทุนวัตถุดิบที่ถูกต้องคือนำน้ำหนักหรือปริมาณที่ใช้ในสูตรคูณกับราคาวัตถุดิบ แล้วหารด้วยน้ำหนักเต็มของวัตถุดิบ เพื่อให้ได้ตัวเลขต้นทุนต่อจานที่แม่นยำก่อนตั้งราคาขาย

สำหรับธุรกิจ Catering เนื้อวัว สูตรที่ใช้งานได้จริงคือ:

ต้นทุนเนื้อต่อกล่อง = (ราคา/กก. × น้ำหนักเนื้อต่อกล่อง) ÷ (1 – % Trim Loss)

ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม: ถ้าคุณสั่ง เนื้อโคขุนราคาส่ง มาในราคา 250 บาท/กก. ใช้เนื้อ 100 กรัมต่อกล่อง และเนื้อมี Trim Loss 10% (ต้องตัดมัน/เส้นเอ็นทิ้ง):

  • ต้นทุนเนื้อจริงต่อกล่อง = (250 × 0.1) ÷ 0.9 = 27.78 บาท

แต่ถ้าคุณซื้อเนื้อปลีกตลาด 320 บาท/กก. ที่มี Trim Loss 20%:

  • ต้นทุนเนื้อจริงต่อกล่อง = (320 × 0.1) ÷ 0.8 = 40 บาท

ต่างกัน 12 บาทต่อกล่อง — ในออเดอร์ 500 กล่อง นั่นคือเงินที่หายไป 6,000 บาทต่อออเดอร์ โดยไม่มีเหตุผล

เคล็ดลับที่ 2 — เลือก เนื้อสไลด์ราคาโรงงาน ที่ตัดแต่งสำเร็จแล้ว เพื่อควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ 100%

ในธุรกิจ Catering ความสม่ำเสมอของ Portion Size คือชีวิต เพราะลูกค้าองค์กรจะมองว่า “กล่องนี้เนื้อน้อยกว่ากล่องนั้น” ทันที ถ้าแต่ละกล่องหน้าตาต่างกัน

ซัพพลายเออร์เนื้อวัวมืออาชีพมีบริการแล่เนื้อ สไลซ์เนื้อ และหั่นชิ้นเนื้อตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตุ๋น ต้ม ผัด ทอด หรือสเต็ก ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดเวลาและแรงงานในครัวได้อย่างมาก Wongnai

สำหรับ Catering โดยเฉพาะ ควรสื่อสารกับซัพพลายเออร์ เนื้อสไลด์ราคาโรงงาน ว่าต้องการ:

  • น้ำหนักต่อชิ้นที่แน่นอน เช่น 100 กรัม ± 5 กรัม
  • ความหนาที่กำหนด เช่น 5mm สำหรับผัดกระเพรา, 8mm สำหรับย่าง
  • ส่วนที่ตัดแต่งแล้ว ไม่มีเส้นเอ็นหรือมันส่วนเกิน

การกำหนดสเปคชัดเจนแบบนี้ จะทำให้คุณควบคุมต้นทุนต่อกล่องได้แม่นยำ และลดเวลาการเตรียมในครัวลงได้อย่างน้อย 30-40%

เคล็ดลับที่ 3 — ทำความเข้าใจ “ช่วงราคา” ของเนื้อวัวขายส่งตามฤดูกาล

นี่คือ Insight ที่คนทำ Catering มือใหม่แทบไม่รู้ ราคา เนื้อวัวขายส่ง ไม่ได้คงที่ตลอดปี มีปัจจัยที่ทำให้ราคาผันผวน เช่น:

  • เทศกาลสำคัญ อย่างตรุษจีน สงกรานต์ คริสมาสต์ — ดีมานด์เนื้อวัวสูงขึ้น ราคาปรับขึ้น 10-20%
  • ฤดูกาลเลี้ยงโค ช่วงที่โคขุนออกสู่ตลาดมาก ราคาซื้อส่งจะดีกว่า
  • ค่าเงินบาท กรณีที่ใช้เนื้อนำเข้า อัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อราคาโดยตรง

กลยุทธ์ที่ธุรกิจ Catering ชั้นนำใช้คือ “Lock Price Agreement” หรือการทำสัญญาราคาคงที่กับซัพพลายเออร์เป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส เพื่อให้บริหารต้นทุนได้ในช่วงออเดอร์พีค

ถามซัพพลายเออร์ของคุณว่า: “มีโปรแกรม Lock Price สำหรับลูกค้า Catering ไหม?” — ถ้ามี นั่นคือสัญญาณว่าพวกเขาเข้าใจธุรกิจของคุณจริงๆ

เคล็ดลับที่ 4 — อย่าเลือกซัพพลายเออร์จาก “ตัวอย่างครั้งแรก” เพียงอย่างเดียว ต้องทดสอบ Consistency

นี่คือกับดักที่พบบ่อยมาก: ซัพพลายเออร์ส่งตัวอย่างเนื้อมาให้ทดลองครั้งแรก — คุณภาพดีเยี่ยม สั่งจริงครั้งแรก — ยังดี แต่พอสั่งครั้งที่ 3-4 คุณภาพเริ่มแตกต่าง

คุณภาพของเนื้อวัวที่สม่ำเสมอในทุกการสั่งซื้อเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ Catering เพราะลูกค้าจดจำรสชาติและประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ราคาถูก เนื้อคุณภาพต่ำอาจทำให้ลูกค้าไม่กลับมาซ้ำ แม้ราคาจะถูกแค่ไหนก็ตาม

วิธีทดสอบ Consistency ของซัพพลายเออร์ที่ใช้ได้จริง:

  1. สั่งซื้อจริง 3-4 ครั้งในช่วงเวลาต่างกัน ก่อนจะผูกสัญญาระยะยาว
  2. สั่งในช่วงที่ตลาดยุ่ง เช่นก่อนหยุดยาว เพื่อดูว่าคุณภาพยังคงที่ไหม
  3. ขอให้ระบุ Lot Number หรือแหล่งที่มา ของเนื้อในแต่ละครั้ง เพื่อ Trace back ได้เมื่อมีปัญหา
  4. วัดค่า Trim Loss จริง และเปรียบเทียบระหว่าง Lot ว่าต่างกันมากไหม

เคล็ดลับที่ 5 — ให้ความสำคัญกับ Cold Chain มากกว่าราคา โดยเฉพาะสำหรับออเดอร์ใหญ่

ธุรกิจ Catering มักมีช่วงรับออเดอร์กระจุกตัว เช่น งานสัมมนา งานประชุม หรืองานเลี้ยงพนักงานประจำปี ซึ่งมักมาพร้อมกันในหลายออเดอร์ช่วงเดียวกัน

ซัพพลายเออร์เนื้อวัวมาตรฐานสูงจะมีบริการจัดส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิทุกวัน และมีมาตรฐานการผลิตที่ผ่านการรับรอง GMP, HACCP, Halal และ อย. ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความมั่นใจด้านความปลอดภัยของอาหาร

สำหรับ Catering สิ่งที่ต้องถามซัพพลายเออร์โดยตรงคือ:

  • รถจัดส่งควบคุมอุณหภูมิได้กี่คัน และรองรับออเดอร์ขนาดใหญ่ได้ไหม?
  • มีบริการส่งด่วนฉุกเฉินกรณีออเดอร์เพิ่มกะทันหันไหม?
  • อุณหภูมิในการจัดส่งอยู่ที่เท่าไร? (ควรอยู่ที่ 0-4°C สำหรับเนื้อสด)
  • ถ้าเนื้อถึงมือแล้วไม่ตรงสเปค มีนโยบายเปลี่ยนหรือคืนสินค้าอย่างไร?

เคล็ดลับที่ 6 — สร้าง Menu Architecture รอบ “เนื้อหลายชนิด” เพื่อบริหารต้นทุนและ Risk อย่างชาญฉลาด

นี่คือกลยุทธ์ที่เจ้าของ Catering มืออาชีพใช้ แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง: อย่าพึ่งพาเนื้อเพียงชนิดเดียว

ออกแบบเมนู Catering ของคุณให้ครอบคลุมเนื้อวัวหลายระดับและหลายส่วน:

Tier 1 — Premium Menu (ราคากล่องสูง): ใช้เนื้อโคขุนส่วนพรีเมียมอย่างสันนอก, ริบอาย หรือสันคอชั้นดี — สำหรับลูกค้า VIP หรืองานระดับผู้บริหาร

Tier 2 — Standard Premium Menu (ราคากล่องกลาง): ใช้เนื้อส่วน เนื้อโคขุนราคาส่ง อย่างสะโพก, ไหล่, หรือสันคอ ที่คุณภาพดีแต่ราคาต้นทุนต่ำกว่า — สำหรับงานสัมมนา งานทั่วไป

Tier 3 — Economy Beef Menu (ราคากล่องต้นทุนต่ำ): ใช้เนื้อบดหรือเนื้อหั่นชิ้น ทำเป็นเมนูที่ผ่านกระบวนการปรุงอย่างพิถีพิถัน เช่น เนื้อตุ๋น, เนื้อผัดกระเพรา, หรือเมนูพะโล้ — สำหรับออเดอร์ราคาประหยัด

การมีทั้ง 3 Tier ทำให้คุณ:

  • รับออเดอร์ได้หลากหลาย Segment ลูกค้า
  • ไม่เสี่ยงถ้าราคาเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งปรับขึ้น เพราะมีตัวเลือกอื่นทดแทน
  • ขยาย Gross Margin ของธุรกิจได้ผ่านการ Upsell ไปยัง Tier สูงกว่า

เปรียบเทียบ “ซื้อเนื้อปลีก vs เนื้อโคขุนขายส่ง” สำหรับธุรกิจ Catering 300 กล่อง/สัปดาห์

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองคำนวณตัวเลขจริงสำหรับธุรกิจ Catering ขนาดกลาง:

รายการ ซื้อปลีกตลาด แหล่งขายส่งเนื้อวัว
ราคาเนื้อ/กก. ~330 บาท ~230-260 บาท
Trim Loss โดยเฉลี่ย 15-20% 5-10% (ตัดแต่งมาแล้ว)
ต้นทุนเนื้อต่อกล่อง (100g) ~39-41 บาท ~26-29 บาท
ต้นทุนเนื้อ/สัปดาห์ (300 กล่อง) ~11,700-12,300 บาท ~7,800-8,700 บาท
ประหยัดได้/สัปดาห์ ~3,000-4,000 บาท
ประหยัดได้/ปี ~156,000-208,000 บาท

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมประหยัดแรงงานจากการที่ไม่ต้องมาตัดแต่งเนื้อเอง — ซึ่งถ้าคำนวณรวมเข้าไปด้วย ตัวเลขจะสูงกว่านี้อีกอย่างน้อย 20-30%

ต้นทุนวัตถุดิบ (COGS) ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจอาหารควรอยู่ที่ไม่เกิน 40% ของราคาขาย เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับต้นทุนแรงงาน ค่าเช่า และกำไร

ถ้า COGS ของคุณเกิน 40% เพราะต้นทุนเนื้อวัวสูง — ลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นยากมาก แต่การเปลี่ยนมาสั่ง เนื้อวัวขายส่ง สามารถดึง COGS กลับมาอยู่ในโซนที่ทำกำไรได้ทันที

เช็คลิสต์ฉบับ Catering — ก่อนเซ็นสัญญากับซัพพลายเออร์เนื้อวัว

นำไปใช้ได้เลยในการประเมินซัพพลายเออร์ของคุณ:

คุณภาพ & มาตรฐาน

  • มีใบรับรอง GMP, HACCP, Halal, FDA หรือไม่?
  • สามารถ Trace back แหล่งที่มาของเนื้อได้ไหม?
  • คุณภาพ Lot to Lot สม่ำเสมอไหม? (ขอดูบันทึก QC ย้อนหลัง)

บริการที่ตอบโจทย์ Catering

  • มีบริการตัดแต่ง/สไลด์ตามสเปคที่กำหนดได้ไหม?
  • รองรับออเดอร์ขนาดใหญ่กะทันหันได้ไหม?
  • มีบริการ Cold Chain ตลอดเส้นทางจัดส่ง?

ความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

  • มีโปรแกรม Lock Price หรือสัญญาราคารายเดือนไหม?
  • Minimum Order ต่อครั้งอยู่ที่เท่าไร?
  • มีนโยบายรับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าอย่างไรถ้าเนื้อไม่ตรงสเปค?

ความน่าเชื่อถือระยะยาว

  • อยู่ในธุรกิจมานานเท่าไร?
  • มีลูกค้า Catering หรือโรงแรมที่ใช้บริการอยู่แล้วไหม? ขอ Reference ได้ไหม?
  • ทีม Support ติดต่อได้ตลอดเวลาหรือมีเฉพาะเวลาทำการ?

3 ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ทำให้ธุรกิจ Catering เนื้อวัวสะดุดในปีแรก

ข้อผิดพลาดที่ 1: ตั้งราคากล่องก่อนคำนวณต้นทุนวัตถุดิบจริง

เห็นคู่แข่งขายกล่องละ 150 บาท ก็ขายตาม — แต่ไม่ได้คำนวณว่าถ้าใช้เนื้อโคขุนจริง ต้นทุนต่อกล่องมันเท่าไร ผลคือรับออเดอร์มาเต็มแต่ขาดทุนทุกกล่อง

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่มีสต็อกสำรองเมื่อออเดอร์ใหญ่เข้ามากะทันหัน

ออเดอร์ 800 กล่องถามมา แต่ซัพพลายเออร์ส่งเนื้อได้แค่ 300 กก. — เสียลูกค้ารายใหญ่ไปทั้งที นี่คือเหตุผลที่ต้องมีซัพพลายเออร์สำรอง (Backup Supplier) ไว้อย่างน้อย 1 ราย

ข้อผิดพลาดที่ 3: ละเลยเรื่อง “กลิ่น” ของเนื้อในกล่องที่ถูกความร้อน

เนื้อวัวคุณภาพต่ำ หรือเนื้อที่ถูกเก็บไม่ถูกต้อง เมื่อถูกความร้อนในกล่องระหว่างการขนส่ง จะให้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ทำลายประสบการณ์การรับประทานของลูกค้าแม้รสชาติจะโอเคก็ตาม — เนื้อโคขุนคุณภาพดีจาก แหล่งขายส่งเนื้อวัว ที่เชื่อถือได้จะไม่มีปัญหานี้

สรุป: ธุรกิจ Catering เนื้อวัวที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการเลือกซัพพลายเออร์ที่ใช่

ธุรกิจ Catering อาหารกล่องที่ใช้เนื้อวัวเป็น Hero Protein มีศักยภาพในการทำกำไรสูง แต่ความสำเร็จระยะยาวขึ้นอยู่กับสองสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน:

หนึ่ง — บริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างฉลาด ผ่านการสั่ง เนื้อโคขุนขายส่ง และ เนื้อสไลด์ราคาโรงงาน ที่ตัดแต่งสำเร็จ เพื่อควบคุม COGS ให้อยู่ในโซนที่ทำกำไรได้จริง

สอง — รักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ ผ่านการเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐาน เข้าใจความต้องการของธุรกิจ Catering และสามารถเติบโตไปพร้อมกับคุณได้ในระยะยาว

ถ้าคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์วัตถุดิบที่เข้าใจโจทย์ของธุรกิจ Catering และ Meal Box อย่างแท้จริง MEAT49 พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรร เนื้อโคขุนขายส่ง คุณภาพสูง, บริการสไลด์และตัดแต่งตามสเปคที่คุณต้องการ, ระบบ Cold Chain มาตรฐานโรงงาน GMP, HACCP, Halal และ อย. ไปจนถึงการจัดส่งตรงเวลาทุกออเดอร์ ไม่ว่าจะ 50 กล่องหรือ 5,000 กล่อง

📌 ติดต่อ MEAT49 ได้เลยทันที: 💚 LINE: @meat49food 📘 Facebook: Meat49food 📞 โทร: 086-393-3163 / 097-149-1491

ปรึกษาฟรี ไม่มีขั้นต่ำ วางแผนต้นทุนร่วมกันได้ทันที

ขายส่งเนื้อโคขุน เนื้อวัวราคาส่ง เนื้อโคขุนสไลด์ ชาบู ปิ้งย่าง Meat49

เพิ่มเพื่อนอ่านต่อ :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *