Skip to content
Home » บทความ » ทำไมเนื้อวัวขายส่งราคาเดียวกัน แต่กำไรร้านละต่างกันคนละเท่า?

ทำไมเนื้อวัวขายส่งราคาเดียวกัน แต่กำไรร้านละต่างกันคนละเท่า?

สมมติว่าร้านสองร้านอยู่ในซอยเดียวกัน ซื้อเนื้อวัวขายส่งจากซัพพลายเออร์เดียวกัน ราคาเดียวกัน ขายเมนูเดียวกันในราคาใกล้เคียงกัน แต่ปลายปี หนึ่งร้านมีกำไรเหลือ ส่วนอีกร้านหนึ่งแทบไม่เหลืออะไร เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมักไม่ได้มีสาเหตุเดียว

ต้นทุนจริงของเนื้อวัวขายส่งไม่ใช่ “ราคาต่อกิโล”

นี่คือความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดในธุรกิจร้านอาหาร

เวลาคุณสั่งเนื้อวัวขายส่งมา 1 กิโลกรัม ในราคา 300 บาท คุณไม่ได้ได้เนื้อที่ใช้ได้ครบ 1,000 กรัมเสมอไป เพราะก่อนจะเข้าครัว เนื้อต้องผ่านการตัดแต่ง ตัดไขมันส่วนเกิน เล็มเส้นเอ็น บางส่วนสูญหายไปกับน้ำที่ซึมออก สิ่งที่เหลือจริงๆ ที่เชฟเอาไปทำอาหารได้อาจเหลือแค่ 750–850 กรัม

ตัวเลขนี้เรียกว่า Yield และมันคือหัวใจของต้นทุนที่แท้จริง

ถ้าไม่นำส่วนของเสียเหล่านี้มาพิจารณาในการคิดต้นทุนอาหาร จะทำให้ประเมินต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง และส่งผลให้กำไรที่แท้จริงของร้านลดลงอย่างมาก

สูตรที่ต้องใช้คือ: ต้นทุนจริง = ราคาที่ซื้อมา ÷ ปริมาณที่ใช้ได้จริง

เนื้อวัว 300 บาท/กก. ที่ Yield 80% จะมีต้นทุนจริงอยู่ที่ 375 บาท/กก. ไม่ใช่ 300 บาท ตัวเลขต่างกัน 25% โดยที่ราคาซื้อยังเท่าเดิม

Portion Control: ความแตกต่างที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ลองนึกภาพเชฟสองคนกำลังตักเนื้อวัวลงในจาน คนแรกตักแบบไม่ได้ชั่ง “ประมาณ 200 กรัม” คนที่สองชั่งทุกครั้งก่อนเสิร์ฟ

ถ้าเชฟคนแรกตักเกินสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 15 กรัมต่อจาน และร้านขายสเต๊กวันละ 50 จาน ตัวเลขที่หายไปคือ 750 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 22 กิโลกรัมต่อเดือน คิดเป็นเงินที่หายไปเดือนละเกือบ 7,000 บาทโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

ปริมาณที่ไม่มาตรฐาน (Portion Control) การตักอาหารที่ไม่เท่ากันในแต่ละจาน ทำให้ต้นทุนต่อจานบิดเบือน และนี่คือปัญหาที่ร้านส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมี จนกว่าจะนั่งคำนวณงบดุลจริงๆ

Food Cost % ที่ต่างกัน แม้ใช้เนื้อวัวขายส่งราคาเดียวกัน

ร้านอาหารทั่วไป (Casual Dining) มี Food Cost อยู่ที่ 28–35% ส่วนร้านอาหารหรู (Fine Dining) อาจสูงถึง 30–40% เพราะใช้วัตถุดิบพรีเมียม

แต่ตัวเลขมาตรฐานพวกนี้บอกอะไรได้แค่ภาพรวม สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่า Food Cost ของร้านตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่จริงๆ และมันเกิดจากอะไร

ร้านสองร้านที่มี Food Cost ต่างกันแค่ 5% แต่มียอดขายเดือนละ 500,000 บาท ตัวเลขกำไรที่ต่างกันคือ 25,000 บาทต่อเดือน หรือ 300,000 บาทต่อปี

ทั้งหมดนี้ในขณะที่ซื้อเนื้อวัวขายส่งมาในราคาเดียวกัน

4 เหตุผลที่ทำให้กำไรต่างกันทั้งที่ต้นทุนวัตถุดิบเท่ากัน

1. การจัดเก็บเนื้อวัวไม่ถูกวิธี

เนื้อวัวแช่เย็นที่จัดเก็บในอุณหภูมิไม่คงที่จะเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ บางร้านทิ้งเนื้อไปสัปดาห์ละ 1–2 กิโลกรัมเพราะเก็บไม่ดีโดยไม่รู้ตัว เนื้อที่ซื้อมา 10 กิโลกรัม ใช้ได้จริงแค่ 8.5 กิโลกรัม

2. การตั้งราคาเมนูโดยไม่คิด Yield

หลังคำนวณต้นทุนด้วย Yield% แล้ว ต้นทุนต่อเซ็ตอาจแตกต่างกันได้ถึง 40 บาท หากขายปริมาณมากๆ เช่น 100 เซ็ต ต้นทุนจะห่างกันถึง 4,000 บาท บางทีกำไรที่หายไปหรือได้น้อย อาจมาจากการตั้งราคาโดยที่ไม่คำนึงถึง Yield

ร้านที่ตั้งราคาสเต๊กโดยคำนวณจากราคาต่อกิโลกรัมโดยตรง โดยไม่นับ Yield จะตั้งราคาต่ำกว่าที่ควรทุกครั้ง และขาดทุนแบบไม่รู้ตัวทุกจาน

3. เมนู Mix ที่ไม่ได้รับการออกแบบ

ร้านที่วางเมนูชาญฉลาดจะใช้เนื้อวัวขายส่งที่สั่งมาได้คุ้มค่าสูงสุด เช่น ส่วนที่ตัดแต่งออกมาจากการเตรียมสเต๊ก นำไปทำเป็นเมนูอื่นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด สลัด หรือน้ำซุป ในขณะที่ร้านที่ไม่วางแผนเรื่องนี้ส่วนที่เหลือจะกลายเป็นขยะตรงๆ

4. ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ที่ต่างกัน

ร้านที่สั่งเนื้อวัวขายส่งสม่ำเสมอในปริมาณที่แน่นอน มักได้เงื่อนไขพิเศษจากซัพพลายเออร์ ทั้งราคาที่ดีกว่าในระยะยาว เครดิตเทอมที่ยืดหยุ่น และการได้รับเนื้อคุณภาพดีก่อนในช่วงที่สต็อกตึง ในขณะที่ร้านที่สั่งแบบไม่แน่นอน สลับซัพพลายเออร์บ่อย มักได้ราคาและคุณภาพที่ด้อยกว่า

วิธีคำนวณ Food Cost ของเนื้อวัวให้แม่นยำ

ถ้าอยากรู้ว่าร้านตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน ลองทำสิ่งนี้:

ขั้นที่ 1 — วัด Yield จริง ซื้อเนื้อมา 1 กิโลกรัม ตัดแต่งตามปกติแล้วชั่งน้ำหนักที่เหลือ ทำซ้ำ 3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย นั่นคือ Yield % ของร้านคุณ

ขั้นที่ 2 — คำนวณต้นทุนจริงต่อกรัม ราคาซื้อต่อกิโล ÷ ปริมาณที่ใช้ได้จริง (กรัม) = ต้นทุนต่อกรัมที่แท้จริง

ขั้นที่ 3 — เทียบกับราคาขายจริง สูตรคือ: (ต้นทุนวัตถุดิบรวมต่อจาน ÷ ราคาขายต่อจาน) x 100 = เปอร์เซ็นต์ Food Cost

ถ้าตัวเลขที่ได้เกิน 35% สำหรับร้านทั่วไป แสดงว่ามีจุดรั่วที่ต้องหาและแก้ไข

สรุป: ราคาเนื้อวัวขายส่งเป็นแค่จุดเริ่มต้น

ความจริงคือ ร้านอาหารที่กำไรดีในระยะยาวมักไม่ใช่ร้านที่ได้เนื้อวัวขายส่งราคาถูกที่สุด แต่เป็นร้านที่รู้จักคิดต้นทุนจริง ควบคุม Portion ได้แม่น ไม่ทิ้งของ และสร้างความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ที่ไว้ใจได้

ทุกบาทที่จัดการได้ดีกว่าตรงปลายสายของกระบวนการ มีมูลค่ามากกว่าการต่อรองราคาเนื้อลงกิโลละ 10 บาทตั้งแต่ต้น

ขายส่งเนื้อโคขุน เนื้อวัวราคาส่ง เนื้อโคขุนสไลด์ ชาบู ปิ้งย่าง Meat49

เพิ่มเพื่อนอ่านต่อ :

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *