Skip to content
Home » บทความ » เนื้อวัวกับคำว่า “ความยั่งยืน” เรื่องที่ไม่ได้มีแค่สิ่งแวดล้อม

เนื้อวัวกับคำว่า “ความยั่งยืน” เรื่องที่ไม่ได้มีแค่สิ่งแวดล้อม

เมื่อพูดถึงคำว่า ความยั่งยืน หลายคนอาจนึกถึงการลดคาร์บอน การประหยัดน้ำ หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ความยั่งยืนมีความหมายกว้างกว่านั้นมาก

โดยเฉพาะอุตสาหกรรม เนื้อวัว ที่มีห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่การเลี้ยงแม่โค การเกิดและเติบโตของลูกโค การจัดการอาหาร การขุน การแปรรูป การขนส่ง ไปจนถึงร้านอาหารและผู้บริโภค

ดังนั้น หากต้องการมองเรื่องความยั่งยืนของเนื้อวัวอย่างรอบด้าน จำเป็นต้องพิจารณาพร้อมกันอย่างน้อย 3 มิติ ได้แก่

สิ่งแวดล้อม + เศรษฐกิจ + สังคม

แนวคิดนี้เป็นกรอบสำคัญที่ใช้ในการประเมินความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเนื้อวัว และงานวิจัยของ Beef Research ก็ชี้ว่าความยั่งยืนไม่สามารถตัดสินจากตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำถามว่า

“เนื้อวัวมีความยั่งยืนหรือไม่?”

จึงไม่มีคำตอบแบบใช่หรือไม่ใช่เพียงคำเดียว

เพราะระบบการผลิตแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากร ระบบการเลี้ยง และวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกัน

เนื้อโฮลสไตน์ เนื้อวัว

สารบัญ

3 เสาหลักของความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเนื้อวัว

1. ด้านสิ่งแวดล้อม: ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเลี้ยงโคเกี่ยวข้องกับทรัพยากรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน น้ำ อาหาร พลังงาน และพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจของโคคือความสามารถของสัตว์เคี้ยวเอื้องในการใช้พืชและวัสดุอาหารบางชนิดที่มนุษย์ไม่สามารถบริโภคได้โดยตรง แล้วเปลี่ยนผ่านกระบวนการย่อยของสัตว์ให้กลายเป็นโปรตีนจากเนื้อวัว

ระบบนี้เรียกว่า Upcycling และเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการศึกษาในการประเมินบทบาทของโคในระบบอาหาร

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงโคก็มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องพิจารณาเช่นกัน โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการย่อยอาหารของสัตว์

ดังนั้น เป้าหมายของการพัฒนาความยั่งยืนจึงไม่ใช่การมองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นการพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหน่วยของเนื้อที่ผลิตได้

งานวิจัยด้านความยั่งยืนของ Beef Research ระบุชัดว่าประสิทธิภาพการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อสามารถผลิตเนื้อได้มากขึ้นจากทรัพยากรในระดับที่เหมาะสม ผลกระทบต่อหน่วยผลิตก็มีแนวโน้มลดลง

2. ด้านเศรษฐกิจ: ฟาร์มต้องอยู่รอด ธุรกิจจึงเดินต่อได้

ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ยากหากเกษตรกรไม่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง

ฟาร์มโคต้องมีต้นทุนทั้งด้านอาหาร แรงงาน สุขภาพสัตว์ พื้นที่ เครื่องจักร การขนส่ง และการจัดการฟาร์ม หากรายได้ไม่เพียงพอกับต้นทุน การผลิตก็ไม่สามารถดำเนินต่อได้ในระยะยาว

ดังนั้น ความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ จึงเกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างรายได้ที่เพียงพอให้ผู้ผลิต

เมื่อมองตลอดห่วงโซ่ คุณค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ฟาร์มเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับโรงงาน ผู้ประกอบการขนส่ง ร้านอาหาร ผู้ค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากโค

งานวิจัยด้าน Beef Sustainability ยังศึกษาถึง Ecosystem Services ที่เกิดจากพื้นที่เลี้ยงโค เช่น ประโยชน์จากพื้นที่ทุ่งหญ้าและระบบนิเวศ ซึ่งถือเป็นคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจที่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วย

3. ด้านสังคม: คน สัตว์ และชุมชนต้องได้รับการดูแล

ความยั่งยืนไม่ได้เกี่ยวกับต้นทุนหรือคาร์บอนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิต

ตัวอย่างเช่น

  • ความปลอดภัยของแรงงาน
  • คุณภาพชีวิตของเกษตรกร
  • สวัสดิภาพของสัตว์
  • สุขภาพสัตว์
  • ความสัมพันธ์ภายในชุมชน
  • การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
  • ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ประเด็นเรื่อง สวัสดิภาพสัตว์ มีความเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนมากกว่าที่หลายคนคิด

เมื่อโคมีสุขภาพดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ย่อมมีโอกาสเติบโตและใช้ประโยชน์จากอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในทางกลับกัน หากสัตว์เจ็บป่วยหรือมีความเครียดสูง ประสิทธิภาพการเจริญเติบโตและการใช้อาหารอาจลดลง ซึ่งส่งผลต่อทั้งต้นทุนและการใช้ทรัพยากร

พูดง่าย ๆ คือ

ดูแลสัตว์ให้ดี ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบการผลิตด้วย

จากทุ่งหญ้าสู่เนื้อวัวบนจาน: ความยั่งยืนเกิดขึ้นตลอดวงจร

การผลิต เนื้อวัว ไม่ได้เริ่มต้นวันที่เนื้อเข้าสู่ร้านอาหาร แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ลูกโคเกิด

ตลอดช่วงชีวิตของโค มีหลายขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรและประสิทธิภาพการผลิต

ตั้งแต่

แม่โค → ลูกโค → การหย่านม → การเลี้ยงและเพิ่มน้ำหนัก → การขุน → โรงงานแปรรูป → การขนส่ง → ร้านอาหาร → ผู้บริโภค

ทุกขั้นตอนมีผลต่อภาพรวม

นี่เป็นเหตุผลที่การประเมินความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเนื้อวัวต้องมองแบบ Life Cycle หรือวงจรชีวิต ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง

การเลี้ยงโคบนพื้นที่ทุ่งหญ้ามีบทบาทอย่างไร?

โคสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่ไม่เหมาะกับการปลูกพืชอาหารสำหรับมนุษย์โดยตรงได้

หญ้าและพืชอาหารสัตว์จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาหารโค และผ่านระบบย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องเพื่อสร้างสารอาหารและโปรตีนในรูปแบบที่มนุษย์สามารถบริโภคได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกพื้นที่หรือทุกระบบการเลี้ยงจะให้ผลลัพธ์เหมือนกัน

ปริมาณฝน คุณภาพดิน ชนิดพืช ระบบการจัดการทุ่งหญ้า จำนวนสัตว์ และสภาพภูมิอากาศ ล้วนมีผลต่อผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น จึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า

“เลี้ยงด้วยหญ้า = ยั่งยืนกว่าเสมอ”

หรือ

“เลี้ยงด้วยอาหารธัญพืช = ไม่ยั่งยืน”

เพราะงานด้านความยั่งยืนชี้ว่าระบบการผลิตแต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และ Trade-off แตกต่างกันตามบริบท

เนื้อโฮลสไตน์ เนื้อวัว

ประสิทธิภาพการผลิตสำคัญต่อความยั่งยืนอย่างไร?

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า

ฟาร์ม A ใช้อาหาร น้ำ พื้นที่ และแรงงานจำนวนหนึ่งเพื่อผลิตเนื้อวัว 100 กิโลกรัม

ขณะที่ฟาร์ม B ใช้ทรัพยากรในระดับใกล้เคียงกัน แต่ผลิตเนื้อได้มากกว่า

ในมุมหนึ่ง ฟาร์ม B สามารถใช้ทรัพยากรต่อหน่วยผลิตได้มีประสิทธิภาพกว่า

นี่คือเหตุผลที่ Productivity หรือประสิทธิภาพการผลิต เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในการพูดถึงความยั่งยืน

ข้อมูลจาก Beef Research ระบุว่าในสหรัฐฯ ปริมาณเนื้อที่ผลิตได้ต่อโคเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 1945 กับ 2016 โดยตัวเลขปอนด์เนื้อต่อโคเพิ่มจากประมาณ 120 เป็น 275 ปอนด์ หรือเพิ่มขึ้นราว 129%

แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่เพียง

“ผลิตให้มากที่สุด”

แต่เป็น

“ผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม”

สุขภาพโคเกี่ยวข้องกับคุณภาพและความยั่งยืนของเนื้อวัวอย่างไร?

นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคนซื้อ เนื้อวัวขายส่ง

สุขภาพของสัตว์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟาร์มเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเชื่อมโยงต่อไปถึงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของห่วงโซ่เนื้อวัว

เมื่อสัตว์มีสุขภาพดี การเจริญเติบโต การใช้อาหาร และประสิทธิภาพการผลิตสามารถทำได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

งานวิจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพสัตว์และความยั่งยืนระบุว่า การเจ็บป่วยและความเครียดสามารถส่งผลต่ออัตราการเติบโต ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และการสืบพันธุ์ ซึ่งกระทบทั้งมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ดังนั้น การดูแลสุขภาพสัตว์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบผลิต เนื้อวัวคุณภาพ ที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว

แล้ว “เนื้อวัวท้องถิ่น” ยั่งยืนกว่าหรือไม่?

เป็นอีกคำถามที่หลายคนอาจสงสัย

หลายคนอาจคิดว่า หากซื้อเนื้อจากแหล่งผลิตที่อยู่ใกล้บ้าน จะช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้เสมอ เพราะระยะทางขนส่งสั้นกว่า

แต่ในความเป็นจริง การประเมินเรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่านั้น

การขนส่งเนื้อจำนวนมากในเที่ยวเดียวอาจมีการใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตแตกต่างจากระบบที่ขนส่งปริมาณน้อยแต่เดินทางบ่อยครั้ง

งานวิจัยของ Beef Research จึงชี้ว่าระยะทางขนส่งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าเนื้อจากระบบใดมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าเสมอไป

แต่ในอีกมุมหนึ่ง การซื้อจากผู้ผลิตท้องถิ่นอาจมีคุณค่าทางสังคม เช่น การสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่และทำให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้แหล่งที่มาของอาหารได้มากขึ้น

ผลิตภัณฑ์จากโคไม่ได้มีแค่เนื้อวัว

เมื่อพูดถึงโค หลายคนอาจนึกถึงเพียง เนื้อวัว

แต่ในความเป็นจริง วัวสามารถสร้างผลิตภัณฑ์พลอยได้หลากหลาย

หนังสามารถนำไปผลิตเครื่องหนัง

ไขมันบางประเภทสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ส่วนอื่น ๆ ของสัตว์สามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท

แนวคิดนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการผลิตเนื้อ แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบจากสัตว์ให้มากที่สุดเท่าที่เหมาะสม

Food Waste กับความยั่งยืนของเนื้อวัว

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนมองไปถึงฟาร์ม แต่จริง ๆ แล้ว ผู้บริโภคและร้านอาหารก็มีส่วนสำคัญมาก

อาหารที่ถูกผลิตขึ้นมาแล้วแต่ไม่ได้รับประทาน หมายถึงทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตอาหารนั้นถูกใช้ไปโดยไม่ได้สร้างประโยชน์อย่างเต็มที่

สำหรับร้านอาหาร เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เพราะการควบคุม Portion การจัดเก็บวัตถุดิบ การควบคุมอุณหภูมิ และการวางแผนสต็อกสามารถช่วยลดการสูญเสียได้

โดยเฉพาะธุรกิจที่ซื้อ เนื้อวัวขายส่ง ในปริมาณมาก

การซื้อวัตถุดิบราคาถูกแต่เกิดของเสียสูง อาจไม่ได้หมายความว่าร้านลดต้นทุนได้จริง

สิ่งที่ควรคำนวณคือ

ราคาซื้อ → น้ำหนักหลังตัดแต่ง → Portion ที่ขายได้ → ของเสีย → ต้นทุนจริงต่อจาน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือก เนื้อโคขุนขายส่งที่ผ่านการตัดแต่งและขึ้นรูปอย่างเหมาะสม สามารถมีส่วนช่วยให้ร้านบริหารวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ร้านอาหารช่วยสร้างความยั่งยืนได้อย่างไร?

ร้านอาหารอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค จึงสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้หลายทาง

วางแผนการสั่งซื้อให้เหมาะสม

ไม่สั่งมากเกินกว่าความต้องการจริง ลดโอกาสเกิดสินค้าค้างและหมดอายุ

เลือกวัตถุดิบให้ตรงกับเมนู

เนื้อแต่ละส่วนควรนำไปใช้ให้เหมาะกับวิธีปรุง เพื่อเพิ่ม Yield และลดการสูญเสีย

ควบคุม Portion

กำหนดน้ำหนักต่อจานให้ชัดเจน ทำให้ควบคุม Food Cost และลดเศษอาหาร

จัดการ Cold Chain

รักษาอุณหภูมิระหว่างการเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพและลดการสูญเสียของวัตถุดิบ

ใช้เนื้อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเลือกสินค้าแบบตัดแต่งพร้อมใช้สามารถช่วยลดงานในครัวและทำให้คำนวณต้นทุนได้แม่นยำขึ้น

ผู้บริโภคเองก็มีส่วนกับความยั่งยืนของเนื้อวัว

ความยั่งยืนไม่ได้เป็นหน้าที่ของเกษตรกรหรือโรงงานเพียงฝ่ายเดียว

ผู้บริโภคสามารถมีส่วนได้ตั้งแต่การเลือกซื้อจนถึงการจัดการอาหารที่บ้าน

ซื้อในปริมาณที่เหมาะกับการบริโภค

เก็บรักษาเนื้ออย่างถูกต้อง

วางแผนเมนูล่วงหน้า

ใช้วัตถุดิบให้หมดก่อนหมดอายุ

และนำส่วนที่เหลือไปสร้างเมนูใหม่แทนการทิ้ง

ในมุมของร้านอาหารก็เช่นเดียวกัน การวางระบบจัดซื้อและการจัดการสต็อกที่ดีสามารถลดต้นทุนพร้อมกับลด Food Waste ได้ในเวลาเดียวกัน

ความยั่งยืนของเนื้อวัวไม่มีคำตอบเดียว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากข้อมูลด้าน Beef Sustainability คือ ไม่มีระบบการผลิตแบบเดียวที่สามารถนำไปใช้ได้เหมือนกันทุกพื้นที่

สภาพอากาศ ดิน น้ำ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ ระบบอาหาร สายพันธุ์โค เทคโนโลยี ต้นทุน และตลาด ล้วนมีผลต่อผลลัพธ์

ดังนั้น การพูดว่าเนื้อวัวระบบหนึ่ง “ดีที่สุด” ในทุกด้าน อาจเป็นการมองเรื่องที่ซับซ้อนเกินไปแบบง่ายเกินจริง

การประเมินที่เหมาะสมกว่าคือการพิจารณา ผลกระทบทั้งระบบ

ทั้ง

สิ่งแวดล้อม

เศรษฐกิจ

สังคม

รวมถึงสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์

แนวทางนี้สอดคล้องกับงานด้าน Beef Sustainability ที่มุ่งใช้ข้อมูลและการประเมินตลอดห่วงโซ่เพื่อหาแนวทางปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

MEAT49 กับการเลือกเนื้อวัวสำหรับธุรกิจร้านอาหาร

สำหรับ MEAT49 เรามองว่าเรื่อง เนื้อวัวขายส่ง ไม่ได้จบเพียงแค่การขายสินค้า แต่เกี่ยวข้องกับการช่วยร้านอาหารเลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน

MEAT49 จำหน่าย เนื้อวัว และ เนื้อโคขุนขายส่ง สำหรับร้านชาบู ปิ้งย่าง หมูกระทะ บุฟเฟ่ต์ และร้านอาหาร พร้อมสินค้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งเนื้อสด เนื้อแช่แข็ง เนื้อสไลด์ เนื้อแร็พ เนื้อปั้น และเนื้อที่ตัดแต่งขึ้นรูปพร้อมใช้งาน

การเลือกสินค้าที่เหมาะสมสามารถช่วยร้านลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ ควบคุม Portion และวางแผนต้นทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนของการใช้ทรัพยากรในครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สินค้าผลิตจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐาน GMP, HACCP, Halal และ อย. และมีบริการจัดส่งแบบควบคุมอุณหภูมิถึงปลายทางในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัดทั่วประเทศ

สรุป: เนื้อวัวที่ยั่งยืนเริ่มตั้งแต่ฟาร์ม และจบลงที่การใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า

ความยั่งยืนของ เนื้อวัว เป็นเรื่องที่ต้องมองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การเลี้ยงโค การจัดการอาหาร สุขภาพสัตว์ การใช้ที่ดินและน้ำ ประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการแปรรูป ขนส่ง ร้านอาหาร และผู้บริโภค

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การบอกว่าเนื้อวัว “ดี” หรือ “ไม่ดี” ต่อสิ่งแวดล้อมแบบเหมารวม แต่คือการทำความเข้าใจว่า แต่ละขั้นตอนสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและลดการสูญเสียได้อย่างไร

สำหรับร้านอาหาร การเลือก เนื้อวัวขายส่ง ที่เหมาะกับเมนู การควบคุม Portion การจัดเก็บที่ถูกต้อง และการลด Food Waste ล้วนเป็นสิ่งที่ทำได้จริงในระดับธุรกิจ

เพราะสุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากคนใดคนหนึ่ง

แต่เกิดจาก ทุกคนในห่วงโซ่เนื้อวัวช่วยกันใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงจานอาหาร

สนใจเนื้อวัวขายส่งสำหรับร้านอาหาร สั่งซื้อกับ MEAT49

ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัวขายส่ง เนื้อโคขุนขายส่ง เนื้อชาบู เนื้อปิ้งย่าง เนื้อสไลด์ หรือวัตถุดิบเนื้อวัวพร้อมใช้งาน MEAT49 พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกสินค้าให้เหมาะกับรูปแบบร้านของคุณ

📨 INBOX: Facebook MEAT49
💚 LINE: LINE Official Account MEAT49
☎️ โทร: 086-393-3163, 097-149-1491

MEAT49 — เนื้อวัวขายส่งและเนื้อโคขุนขายส่ง สำหรับร้านชาบู ปิ้งย่าง หมูกระทะ บุฟเฟ่ต์ และร้านอาหารทั่วประเทศไทย

ขายส่งเนื้อโคขุน เนื้อวัวราคาส่ง เนื้อโคขุนสไลด์ ชาบู ปิ้งย่าง Meat49

เพิ่มเพื่อนอ่านต่อ :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *